การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำคณะสื่อมวลชนเดินทางร่วมทำข่าวและสำรวจแหล่งท่องเที่ยวเมืองรอง และเปิดฤดูกาลสวนผลไม้ภาคตะวันออก ณ จังหวัดระยอง – จันทบุรี สามวันสี่คืน
 
            ในวันแรกเราเดินทางจากกรุงเทพสู่จังหวัดระยอง เที่ยวชมสวนสละคุณพิชัย ก้องเสนาะ คุณพิชัยเล่าว่า สวนทั้งหมดมี 10 ไร่ พอเรียนจบ ป. 6 ก็มาทำสวนเลยตั้งแต่อายุ 17 ปี  โดยภาพรวมของวิสาหกิจของกลุ่มรวมๆ กันก็มีไม่ต่ำกว่าสี่ร้อยไร่ที่เป็นกลุ่ม มีสมาชิก 40 กว่าท่านที่ทำสละลอยแก้วนะครับ สวนนี้มีทั้งเงาะ ทุเรียน และสละพันธุ์สุมาลี คุณพิชัยต้อนรับคณะเป็นอย่างดี พาเดินชมสวนสละพันธุ์สุมาลี เล่าถึงความโดดเด่นของสละพันธุ์สุมาลีว่ามีความโดดเด่นหลายเรื่อง เช่น เรื่องค่าความหวาน ผิวสวย เนื้อขาว อร่อย ให้ผลผลิตตลอดทั้งปี ทำให้เกษตรกรมีรายได้ และนักท่องเที่ยวสามารถชมสวนได้ตลอดทั้งปีเข้ามาเยี่ยมชมสวนไม่ต้องเสียค่าผ่านประตูเราขายของฝาก และยังบอกว่าการปลอกสละกินให้ง่ายมีวิธีการเพียงหยิกบิดด้านท้าย(ก้น)แล้วก็ปลอกออกมาอย่างง่ายดายรับประทานได้เลย ในส่วนที่เป็นสวนทุเรียนถ้าจะชมต้องนั่งรถรางไประยะทางประมาณ 450 เมตร ตรงนี้จะค่าบริการค่านั่งรถท่านละ 40 บาท บนรถก็จะมีพิธีกรนั่งบรรยายให้ท่านฟัง กิจกรรมการทานทุเรียนบุฟเฟ่ต์ ท่านละ 400 บาท/คน ท่านได้ทานหลากหลายโดย เริ่มจากสละลอยแก้ว ,น้ำสละสด ,สละหยี ,สละกวน และมีมังคุด ทุเรียน ถ้าท่านซื้อบุฟเฟต์หรือซื้อเป็นของฝาก และตอนนี้จะมีทำ Project ใหม่ทำน้ำสละเข้มข้น แต่กำลังขอ อย.  (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา)        
          จุดเด่นของสวนจะเป็นสละพันธุ์สุมาลีและแปรรูปสละที่หลากหลาย (สละลอยแก้วทำในรูปของกลุ่มชุมชน) การเลือกสละต้องชิมอย่างเดียว ไม่มีวิธีดูว่าสีผลเป็นแบบไหนถึงหวานหอมและอร่อยต้องชิมเท่านั้นสำหรับสละจึงจะทราบว่าหวานหรือไม่ การตัดทุเรียนต้องตัดแก่จัดคำนึงถึงผู้บริโภคทานอร่อยก็จะกลับมาอีก การที่ผู้บริโภคเข้ามาซื้อผลไม้ที่สวน มีส่วนช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ชาวสวนจะไม่นำผลไม่ที่ไม่ดีมาให้นักท่องเที่ยวรับประทาน เพราะสวนอยู่กับที่ชาวสวนเกรงว่าผู้มาเยือนจะไม่่กลับมารับประทานและเที่ยวชมสวน ถ้าขายให้จะเสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก และเจ้าของสวนที่รักความก้าวหน้าจะไม่ตัดทุเรียนอ่อนเป็นเด็ดขาด      ทุเรียนที่สวนคุณพิชัยจะมีพันธุ์หมอนทองปลูกเป็นหลัก พันธุ์ก้านยาว พันธุ์กระถิน พันธุ์พวงมณี นอกจากพันธุ์หมอนทองต้องสั่งจองเท่านั้น จะรับประทานทุเรียนได้จนถึงเดือนกรกฎาคม  นักท่องเที่ยวจะเข้าชมสวนสามารถขับรถมาได้เลย       
          สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณพิชัย ก้องเสนาะ (สวนสละ คุณพิชัย) ตั้งอยู่เลขที่ 101/2 หมู่ที่ 4 ตำบลซากโดน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง  โทร. 081-7824645, 087-6860418 ท่องเที่ยวเชิงเกษตร สละพันธุ์สุมาลี
           เราช่วงเวลาบ่าย เดินทางต่อไปเยี่ยมชม กลุ่มท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรมบ้านวังหว้า โดยมีคุณสุภัทร วงค์ศรี (น้องปู) เป็นประธานกลุ่ม ท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรมบ้านวังหว้า ให้ต้อนรับอย่างดียิ่ง นำเมนูพื้นถิ่น มีทั้งข้าวตังโบราณ กะราง          มาให้เราได้ลิ้มลอง ซึ่งรสชาติดีมาก ยังได้ดูการสานเสื้อคล้า พร้อมบรรยายให้ฟังว่า ที่นี่แต่เดิมจัดตั้งทำเป็นกลุ่มแม่บ้านมาก่อน ทำกะปิ น้ำปลาสูตรโบราณ และได้มีส่วนราชาการจ้าหน้าที่การเกษตรแนะทำให้ทำการท่องเที่ยว ทางหมู่บ้านเราก็สนในเพราะที่หมู่บ้านมีของดีเยอะ ก็ทำให้เราอยากร่วมกิจกรรม 3 ฐาน 1.  เมนู ท้องถิ่นโบราณ เรียกว่า กะราง คือลูกของกระบก ต้นกระบกเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ นำลูกกระบกมาผ่าออกแล้วนำตากแดดจะมีกระพี้สีน้ำตาล นำไปต้มเพื่อเอากระพี้ออก นำไปคั่ว นำไปใส่ครกกระเบื้องจะเก็บความร้อนได้นาน และนำไปตำจนเป็นน้ำหรือจนเป็นเนยแล้วใส่เกลือลงไป ตักใส่ใบขนุนแล้วปล่อยให้เย็น เป็นวิธีการถนอมอาหาร และลูกกระบกยังทำเป็นเนยถั่วทาขนมปัง 2. เมนู ข้าวตังโบราณ เริ่มมาจากว่าหุงข้าวกระทะใบบัวตามงานแล้วเสียดายข้าวที่เหลือติดกระทะทำอย่างไรดี ก็คิดทำน้ำราด ใส่น้ำมัน ใส่น้ำตาล น้ำปลา หอม กระเทียม พริก แล้วนำน้ำปรุงมาราด รับประทานแล้วหวาน มัน อร่อยแล้วติดใจ พอมีงานบุญใหญ่ หรืองานใหญ่ๆก็ทำข้าวตังโบราณ ไม่ต้องทิ้งข้าวสวย อาหารพื้นบ้านที่มีรสชาติอร่อยแปลกอร่อย หวาน มัน เค็ม 3. ทำเสื่อคล้า คล้าเป็นต้นไม้พื้นบ้านของวังหว้า สภาพแวดล้อมจะขึ้นตามหนองน้ำ ตามคูน้ำ จะมีเยอะจะขึ้นเป็นกอเป็นพืชล้มลุก มีลำต้นตรงยาว คล้ายไผ่ แต่จะไม่มีปล้อง แต่ใหญ่กว่า การใช้งานทนทาน คุณสมบัติของเสื่อคล้าที่สานขัดไปมาอย่าลงตัวจะช่วยให้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อได้อีกด้วย นอกจากทำเป็นเสื่อแล้ว ก็ทำที่รองแก้ว รองจาน สนนราคาซื้อขายผลิตที่ทำจากคล้า ผลิตภัณฑ์เสื่อคล้าจะมีความยาว 2 เมตร ขายอยู่ประมาณ 500 บาท , ส่วนที่รองจาน 99 บาท และที่รองแก้ว 59 บาท
          วิสาหกิจชุมชนแม่บ้านธารเกษม มีความหมาย เมื่อสมัยก่อนต้นกำเนิดของบ้านวังหว้า เมื่อก่อนมีต้นหว้าอยู่เยอะมาก อยู่ริมคลองจะมีที่อยู่ที่สำหรับฤดูไหนน้ำก็ไม่เคยแห้ง เขาเรียกว่า “วัง” ตรงนั้นจะต้นหว้าใหญ่ ปัจจุบันยังอยู่ ลำธารนี้หล่อเลี้ยงคนในชุมชน กลุ่มท่องเที่ยวเที่ยวตั้งประมาณ 4 ปี แต่ที่รวมกลุ่มแม่บ้าน 10 ปี เริ่มแรกกลุ่มมีสมาชิก 25 คนเริ่มแรก ปัจจุบันนี้มี 125  คน อาชีพหลักคนในชุมชนส่วนใหญ่ทำสวนไม้ สวนยาง ทำเกษตร ทำสินค้าแปรรูปเสริมและสร้างรายได้ดีมาก สินค้าแปรรูปขนุน และกล้วย กลุ่มนี้ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานเกษตร จังหวัดระยอง และสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง ให้การสนับสนุนส่งเสริมให้ความรู้ พาไปดูงานตามที่ต่างๆ และทำการท่องเที่ยวต้องทำอย่างไร ไปเหนือ ใต้ ทำให้เราอยากเรียนรู้ เพื่อมาพัฒนาหมู่บ้านของเรา หน่วยราชการส่งเสริมให้ความรู้ทุกอย่าง รวมทั้งประชาสัมพันธ์ เช่น เรื่องโฮมสเตย์ ทางสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬา ให้คำปรึกษา โฮมสเตย์ ซึ่งได้รับผ่านการรับรองแล้วและจะไปรับรางวัลในเดือนมิถุนายนนี้ คะสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ กลุ่มท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรมบ้านวังหว้า 23/3 หมู่ที่ 2 ตำบลวังหว้า อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ติดต่อได้ทุกวัน โทร. 089 -9315800  ,084-7541914                                                    เมื่อสุริยาใกล้จะอ่อนแสงลงแล้วเราเดินทางสู่เกาะเสม็ดโดยเรือไปอ่าวพร้าว ก็เย็นย่ำแล้วตรงเข้าสู่ที่พัก ณ Lima Coco Resort เป็นสถานที่พักตากอากาศ สะอาดและปลอดภัย บรรยากาศดี ที่ราคาเบาสบาย และรับประทานอาหารบนชายหาดหน้าโรงแรม                                         ในวันที่สอง ณ บรรยากาศที่อ่าวพร้าวบรรยากาศขมุกขมัวเนื่องจากมีเมฆฝนแผ่กระจายเต็มผืนฟ้า เม็ดฝนโปรยปลายไม่ขาดสาย เราคิดว่าจะออกเรือชมปะการังไม่ได้ เมื่อรถสองแถวมารับเพื่อไปท่าเรือ ท่าเทียบเรือเกาะเสม็ด อบจ.ระยอง ก็ได้พบกับ Mr.help      ซึ่งเรียกตนเองว่าซานตาครอสเมืองไทย (นายยงยุทธ แสงดี) มาให้การต้อนรับ ลงเรือไปวันนั้นเราไม่เจอคลื่น และลมสงบ นั่งเรือต่อไปชมปะการังตามหมู่เกาะต่างๆ เกาะทะลุ เกาะทะลุเป็นเกาะหนึ่งที่อยู่ในเขตพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด มีเนื้อที่ประมาณ 69 ไร่                                                             สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าทึบ ทิศตะวันตกเป็นผาหินสูงชัน ด้านทิศตะวันออกและทิศใต้มีหาดทรายขาวสะอาด มีนกนางนวล ค้างคาวแม่ไก่ อยู่เป็นจำนวนมาก และยังมีเต่าทะเลบางชนิดอาศัยอยู่ น้ำทะเลที่เกาะทะลุนี้ยังคงความใสสะอาดมากเหมาะกับการเล่นน้ำและดำน้ำเป็นอย่างยิ่ง มีทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ ก็ยังคงความสมบูรณ์ และยังมีผาหินที่ถูกน้ำทะเลกัดเซาะ จนเกิดเป็นช่องทะลุถึงกันจึงทำให้เป็นที่มาของชื่อเกาะทะลุ สามารถมองลอดทะเลหรือว่ายน้ำไปยังฝั่งตรงข้ามได้ และยังเป็นแหล่งดำน้ำดูปะการังบนเกาะไม่มีที่พัก สามารถนั่งเรือต่อไปยังหมู่เกาะขาม เกาะขามเป็นเกาะขนาดเล็ก ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะแสมสาร     มีหาดทรายขาวสวยตัดน้ำทะเลสีฟ้าเข้มทำให้     ทัศนียภาพของเกาะขามนั้นดูสวยยิ่งนัก นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับดำน้ำตื้นชมความงดงามของโลกใต้ทะเลเนื่องจากยังมีแนวปะการัง     น้ำตื้นที่ค่อนข้างสมบูรณ์ มีปลาสวยงามมากมาย หมู่เกาะกุฎี น้ำทะเลรอบเกาะใส น่าว่ายน้ำเล่น มีแนวปะการังให้ชม บนเกาะมีหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ นอกจากนี้ท้ายเกาะยังมีเกาะถ้ำฤาษี (แหลมถ้ำฤาษี) ถ้ำฤาษีเป็นถ้ำที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำทะเล                  เป็นที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยตามแนวชายฝั่ง ถ้าน้ำลดนักท่องเที่ยวจะเดินจากเกาะกุฎีไปถ้ำฤาษีได้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าเดินทางไปเยือน              วันที่สามเราเดินทางออกจากเกาะเสม็ดมุ่งสู่จังหวัดจันทบุรี รับประทานอาหารเช้า ที่บ้านน้ำพริกข้าวสวย อาหารที่ส่วนใหญ่จะใช้วัตถุดิบเป็นปลาทูในการทำเมนูอาหารวันนั้น เช่น แกงป่าปลาทู น้ำพริกปลาทู เครื่องในปลาทูผัดกะเพราะและอื่นๆ อีกมากมายที่ทำจากปลาทู ยังมีอีกหนึ่งเมนูที่น่าสนใจมัสมั่นหมูทุเรียนซึ่งก็แปลกโดยใส่ทุเรียนผลไม้ขึ้นชื่อของเมืองจันทบุรีแทนมันฝรั่ง               
            เมื่ออิ่มท้องแล้วเราเดินทางต่อไปที่ ตลาดพลอย ชมตลาดพลอยจันทบุรีซึ่งเป็นตลาดการซื้อขายพลอยที่โด่งดังระดับโลก และ  เป็นตลาดค้าพลอยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเพราะเป็นศูนย์รวมการค้าพลอยแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เริ่มตั้งแต่การขุดหาพลอย ทำเหมือง คัดพลอย ช่างฝีมือดีในการเจียระไน ไปจนถึงการทำเป็นเครื่องประดับ ซึ่งสามารถเดินชมการซื้อขาย หรือแวะซื้อพลอยได้ เรายังได้พบกับเด็กเดินพลอย ซึ่งเดินพลอยจนชำนาญก็จะได้นั่งโต๊ะขายพลอย ซึ่งจะรับซื้อพลอยอะไร ก็จะเขียนกระดาษไว้บนโต๊ะ เด็กเดินพลอยเห็นเข้าก็จะเข้าไปเจราราคาซื้อขายกันตามความพอใจ ดูพลอยแล้วก็ขาดเสียมิได้ที่จะต้องไปชมการทำเหมืองพลอย                            ช่วงเวลาเย็นเราเดินทางต่อไปเยี่ยมชมการทำเหมืองพลอย บ่อพลอยเหล็กเพชร พร้อมชมการสาธิตและร่วมร่อนพลอย ซึ่งคุณกุ๊กเล่าถึงการทำพลอยว่า “บ่อพลอยเหล็กเพชร จ.จันทบุรี” เป็นศูนย์การเรียนรู้ชุมชนและอนุรักษ์วิธีหาพลอยแบบโบราณที่เดียวในประเทศไทยที่จะพาคุณได้เรียนรู้และสัมผัสวิธีการหาพลอยแบบโบราณจากชาวเหมืองตัวจริง ชมการสาธิตขุดหาพลอยซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังจากดินที่อยู่ด้านล่างจะพังถล่มลงมาทับได้ ด้านล่างนั้นจะมีน้ำในบ่อและอากาศภายในบ่อก็มีไม่มากนัก ขุดได้แล้วก็ต้องนำดินนั้นไปร่อนเพื่อหาพลอยซึ่งต้องใช้กำลังแขน นำไปฉีดน้ำเพื่อดินหลุดออกเหลือแต่หินกับพลอย คุณกุ๊กเชิญชวนให้ชมสวน เดินชิมผลไม้ บ้านสวนร้อยปี ร้านจำหน่ายเครื่องประดับอัญมณี ร้านกาแฟสด ซึ่งในวันนั้นเราพลาดโอกาสที่จะชมสวนและชิมผลไม้                                           กิจกรรมล่าขุมทรัพย์บ่อพลอย ขุดลงหากันจริงๆ ,ร่อนกำลังแขนต้องพร้อม ,ฉีดสายตาต้องคมอย่างนักล่า ,รับของรางวัลถ้าขุดเจอพลอย การเดินทางให้เริ่มต้นที่ค่ายเนินวง               
            สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บ่อพลอยเหล็กเพชร หมู่ที่ 8 ตำบลสีพยา อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี       เปิดทุกวันเวลา  10.30 น-16.30 น. กรุณาโทร 086-1576665 คุณติ๋ว, 087-8229138 คุณกุ๊ก  อัตราค่าบริการ ค่าเข้าชมท่านละ 100 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเข้าชมฟรีแล้วเราก็เดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรมริเวอร์ราวรรณ บรรยากาศสบายๆกิจกรรมวันสุดท้าย
              เราเดินทางต่อไปยังชุมชนหนองบัว หรือชุมชนริมคลองขนมแปลก เป็นอีกหนึ่งชุมชนที่น่าสนใจยิ่ง ถ้าขับรถมาเองชิลๆ มีที่จอดรถสะดวกสบาย ไม่ห่างจากตลาดได้ที่สนามกีฬาโถรัตน์ ของชาวตำบลหนองบัว ชุมชนย่อยที่ 6 หมู่ 7 ถนนปราณศิลป์                                  มาชุมชนนี้ไม่มารับประทานขนมแปลกและซื้อเป็นของฝากเห็นทีจะไม่ได้ เดินเข้าชุมชนระหว่างแยกชุมชนกับตลาดโถรัตน์ จะเจอขนม ร้านเจ๊กุ้ง เจ๊กุ้งว่าขายอยู่ตรงนี้มาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ คุณย่า ชื่อขนมกุ้งทอดน้ำจิ้มถั่ว รสชาดเปรี้ยว หวาน เค็ม    ต้องลองยังมีร้านก๋วยเตี๋ยวหมูเลียงโบราณ ร้านขายแกงเขียวหวาน และต้มซุปกระดูกหมูน่ารับประทานยิ่ง ยังมีหอยพอกย่าง ห่อหมกปลาน้ำดอกไม้ ฮ่อจ๊อจิ๋วแม่อบเชย ขนมควยลิงร้านคุณยายมะลิ ใช้แป้งข้าวเหนียวปั้น ลงต้มคลุกเคล้าด้วยมะพร้าวนึ่งจิ้มน้ำตาลทรายปนงา ขนมตะลุ่มคุณอ้อมใจ คล้ายขนมถ้วยแต่หน้าสังขยาอร่อยไม่เหมือนใคร ขนมแปลกที่อยู่ในพระไตรปิฎก เรื่องจิตตคบดี มีชื่อว่าขนมแดกงา ทำจากแป้งข้าวเหนียว น้ำตาล มะพร้าว        และบ้าบิ่นชาร์โคล ร้านจันท์ชาร์โคล รสชาติหวานอร่อยลงตัว ชุมชนขนมแปลกบ้านหนองบัวยังมีถ่านไม้ไผ่คาร์บอนประจุลบ สามารถช่วยบำบัดสุขภาพได้    โดยการนำถ่านพกพาไว้ด้วยใกล้ตัวประจุลบในถ่าน จะมีส่วนช่วยขยายหลอดเลือด หลอดลม คุณประโยชน์ของถ่านไม้ไผ่ประจุลบยังมีอีกมากมาย  ศึกษาได้ตามสื่อต่างๆ ร้านผู้เฒ่าเผาถ่านจันทบุรี เราเดินเที่ยวตลาดชุมชนริมคลองขนมแปลกอย่าง เพลิดเพลิน เราก็เดินทางไปสวนผลไม้ออร์แกนิค สวนรัฐไทย 9 สวน นั่งฟังถึงการปลูกผลไม้โดยไม่ใช้สารเคมีซึ่งทำให้ได้ผลผลิน้อย แต่ยั่งยืนด้านสุขภาพ และพากันนั่งรถซาเล้งชมสวน พบเจ้าของสวนพาเดินชมสวน ชิมผลไม้สดๆ ภายในสวน คุณรัฐไทกล่าวว่า               “การท่องเที่ยวไม่ได้ทำเป็นหลักเป็นกิจกรรมเสริม การทำสวนเกษตรอินทรีย์จะได้สุขภาพ ของครอบครัวและความยั่งยืนกว่าแต่จะได้ผลผลิตช้าและน้อย”             
             สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร 063-22622551 คุณรัฐไท พงษ์ศักดิ์ ออกจากสวนผลไม้ออร์แกนิค สวนรัฐไทย 9 สวน
     แวะรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านจันทรโภชนาเดินทางต่อไปอีกสวนเยี่ยมชมกระบวนการผลิตโรงงานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเขาบายศรี    วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเขาบายศรีอำเภอท่าใหม่ ในชุมชนที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีมีการเพาะปลูกทุเรียนเป็นจำนวนมากจึงได้มีการจัดตั้งกลุ่มขึ้นเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำและยังเป็นการเสริมสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอีกด้วย          คณะดูงานและนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมสวนป้าแกลบ OTOP 5 ดาว ชิมผลไม้สดๆ อร่อย ๆ จากสวนจังหวัดจันทบุรีทางกลุ่มเลือกสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพ การผลิตและบรรจุภัณฑ์ที่ได้สะอาดมาตรฐาน มุ่งเน้นที่จะรักษาคุณภาพ รสชาติ และการเก็บรักษาสินค้า ให้ลูกค้าที่ซื้อไปถูกใจและกลับมาซื้ออีก ทางเรามีการส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของกลุ่มอย่างต่อเนื่อง จนได้รับรางวัล Quality Award ด้านปลอดภัยใส่ใจผู้บริโภค              
           นอกจากนี้ยังเปิดให้คณะศึกษาดูงาน และผู้ที่สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมขบวนการผลิตในโรงงาน ต้อนรับคณะศึกษาดูงาน ศูนย์เรียนรู้ ชุมชนต้นแบบประเทศไทย โดยเปิดให้เข้ามาศึกษาดูงานและบรรยายให้ความรู้ในด้านเทคโนโลยี การแปรรูป และการจัดการผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร การบริหารงานกลุ่ม รวมถึงเป็นสถานที่ดูงานที่ผลิตระบบ GMP เนื่องจากการรักษาคุณภาพมาตรฐานจึงทำให้กลุ่มได้รับรางวัลจากการคัดสรรสุดยอด ศูนย์เรียนรู้ อย. ชุมชนต้นแบบจากกระทรวงสาธารณสุข ให้แก่คณะที่เข้ามาศึกษาดูงานที่กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเขาบายศรี ระยะกว่าเวลา 15 ปี ได้บรรยายแก่คณะดูงานที่มาเยี่ยมชมทั้งกลุ่มอาชีพ กลุ่มเกษตรกร หน่วยงานราชการ โรงเรียน มหาวิทยาลัยทั้งในและต่างประเทศ มาอย่างต่อเนื่องพบกับกิจกรรม workshop วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเขาบายศรี เปิดรับคณะเยี่ยมชมสำหรับผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงาน ด้านการแปรรูปผลไม้ในท้องถิ่นจังหวัดจันทบุรีให้สามารถร่วมกิจกรรมห่อท๊อฟฟี่ผลไม้ ( เช่น ท๊อฟฟี่ทุเรียน ,มังคุด) และกิจกรรมการแปรรูปผลไม้อื่นๆ ฯลฯ ค่าเข้าเยี่ยมชมศึกษาดูงาน 59 บาท ทั้งนี้กิจกรรมร่วมห่อท๊อฟฟี่ 250 กรัม โดยฝีมือตนเอง ได้ให้นำกลับไปบ้านด้วย)                                                                    สวนป้าแกลบเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวได้เข้าชมฟรี มีผลไม้ให้เลือกซื้อและเลือกรับประทานน้ำหลากหลายชนิดด้วยกัน ทั้งทุเรียนหมอนทอง เงาะ มังคุด สละ ฯลฯ ซึ่งกิจกรรมจำหน่ายเป็นกิโล โดยทางสวนได้จัดเตรียมพื้นที่ไว้รองรับและอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวทุกท่านได้เพลิดเพลินกับความอร่อยของผลไม้ในจังหวัดจันทบุรี ก่อนกลับอย่าลืมชอบผลไม้แปรรูปจากแหล่งผลิตทั้งราคาปลีกถึงราคาส่ง สินค้ามีให้นักท่องเที่ยวเลือกมากมายทั้งทุเรียนทอด ทุเรียนสแน็ค ทุเรียนกวน แครกเกอร์ทุเรียน มังคุดกวน สละกวน ขนมผิง ขนมผิงทุเรียน คุกกี้สิงคโปร์ ท๊อฟฟี่ทุเรียน ท๊อฟฟี่มังคุด ท๊อฟฟี่มะม่วง ท๊อฟฟี่ถั่ว ท๊อฟฟี่กะทิ ทองม้วนไส้หมูหยองรสชาติต่างๆ ทองพับทุเรียน ทุเรียนเชื่อม กล้วยกวน และสินค้าแปรรูปอบแห้งอื่นๆ ป้าแกลบเปิดโรงงานยินดีต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากหน่วยงานต่างๆและผู้ที่สนใจเยี่ยมชมโรงงานกระบวนการผลิตและบรรจุภัณฑ์
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 081 9364 585, 086 3663 097 คุณสุรดา , 061 9365 466 ป้าแกลบ 
 
ขอขอบคุณ    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
                 สวนสละคุณพิชัย                                                       คุณพิชัย ก้องเสนาะ 
                 กลุ่มท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรมบ้านวังหว้า                  คุณสุภัทร วงค์ศรี
                 ซานตาครอสเมืองไทย                                                 คุณยงยุทธ แสงดี
                 สวนผลไม้ออร์แกนิค สวนรัฐไทย 9 สวน                             คุณรัฐไท พงษ์ศักดิ์ 
                 วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเขาบายศรี 
                 บ่อพลอยเหล็กเพชร                                                    
               
                 www.hellosarapa.com           kadsaraporn Pnussuwankere            095-5516345  
 
 

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่น่าสนใจเพิ่มเติม :-

 
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาร่วมกับ ททท. เตรียมพร้อมจัดงาน “UNWTO World Forum on Gastronomy Tourism ครั้งที่ 4” ส่งเสริมภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงอาหารของไทยสู่ระดับสากล   แม็คโคร ส่งเสริมเกษตรกรไทย สร้างผลผลิตคุณภาพ   เทสโก้ โลตัส ประกาศช่วยคนไทยให้สุขภาพดี เปิดตัวเบเกอรี่ทุกชิ้นไร้ไขมันทรานส์