วธ.เปิดแหล่งท่องเที่ยวต้นไม้ใหญ่ รุกข มรดกของแผ่นดิน ใต้ร่มพระบารมี

พร้อมจัดงานวัดย้อนยุค ฟื้นฟูวิถีชีวิตกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวชุมชนจอมทอง–บางขุนเทียน

            กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จัดโครงการท่องเที่ยวต้นไม้ใหญ่ต่อเนื่อง ล่าสุด เปิดสวนลิ้นจี่โบราณ ภูมิใจการ์เด้น กระตุ้นการท่องเที่ยววัฒนธรรมรักษ์ธรรมชาติ และจัดงานวัดย้อนยุค “วัดแก้วไพฑูรย์ เสน่ห์จอมทอง – บางขุนเทียน” กรุงเทพมหานคร ฟื้นฟูวิถีวัฒนธรรมกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว เพิ่มรายได้ให้ชุมชน  

        (เมื่อวันที่ ๙ ก.พ. ๒๕๖๒) นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) กล่าวว่า โครงการวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยวต้นไม้ใหญ่ รุกข มรดกของแผ่นดิน ใต้ร่มพระบารมี “สวนลิ้นจี่โบราณ กรุงเทพมหานคร” นี้ จัดเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสทรงพระเจริญพระชนมพรรษา ๖๕ พรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๐ อีกทั้งเพื่อส่งเสริม สนับสนุนให้เด็ก เยาวชนและประชาชน ได้เห็นความสำคัญของต้นไม้ มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูและดูแลรักษาต้นไม้ที่ทรงคุณค่า ซึ่งเป็นไปตามนโยบายรัฐบาล โดยใช้มิติทางวัฒนธรรมสร้างการมีส่วนร่วม ของชุมชน ประชาชน เกิดกระบวนการพัฒนาและสามารถบริหารจัดการปัญหาได้ด้วยตนเอง ส่งผลให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ขึ้นในชุมชน เป็นการเพิ่มช่องทางและสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวต้นไม้ทรงคุณค่า นำมาสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนของท้องถิ่นและประเทศชาติ

        ด้านเจ้าของสวนลิ้นจี่โบราณ ภูมิใจการ์เด้น นางสาวพรทิพย์ เทียนทรัพย์ เปิดเผยว่า กลุ่มต้นลิ้นจี่ ในเขตจอมทอง ได้รับการคัดเลือกให้เป็น รุกข มรดกของแผ่นดินฯ ประจำปี ๒๕๖๐ ซึ่งเป็น ๑ ใน ๖๕ ต้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นการเปิดตัวรุกขฯ ต้นที่ ๗๗ และเป็นต้นแรกในกรุงเทพมหานคร ที่เปิดอย่างเป็นทางการ โดยเขตจอมทอง มีการปลูกลิ้นจี่กันมา ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ จนถึงปัจจุบันต้นลิ้นจี่มีอายุมากเกินกว่า ๑๐๐ ปี มีลำต้นสูงประมาณ ๒๐ เมตร นับเป็นต้นลิ้นจี่ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่พบเห็น และมีรสชาติไม่เหมือนที่อื่น มีขนาดเม็ดไม่ใหญ่ผิวสีแดงคล้ำออกไหม้ มีรสหวาน เนื้อไม่ฉ่ำน้ำ อร่อยกว่าพันธุ์อื่น และขายดีที่สุด โดยจะเก็บได้ราวเดือนมีนาคม ถึง เมษายน ปัจจุบันสภาพอากาศแปรปรวน ส่งผลให้ลิ้นจี่ไม่ออกผลหรือออกน้อยมาเป็นระยะเวลายาวนาน ชาวจอมทองคาดหวังว่าถ้ามีอากาศหนาวติดต่อกันจะส่งผลให้ลิ้นจี่ออกผลมาให้ได้ทานกัน

        ในส่วนของกิจกรรมงานวัดย้อนยุค “วัดแก้วไพฑูรย์ เสน่ห์จอมทอง – บางขุนเทียน” กรุงเทพฯ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล โดยนำพลังบวร บ้าน วัด และโรงเรียนหรือชุมชน มาขับเคลื่อนการดำเนินงานการจัดงานวัด เพื่อให้วัดเป็นศูนย์กลางการเผยแพร่หลักธรรมมาใช้ในการดำเนินชีวิต และเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน รวมทั้งส่งเสริมการอนุรักษ์ สืบทอดมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่น  และเพื่อเฉลิมฉลองศาลาการเปรียญวัดแก้วไพฑูรย์ ที่ได้รับการยกย่องให้เป็น “เรือนไม้อันวิเศษหนึ่งเดียวในสยาม”

         งานวัดย้อนยุคนี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ได้คัดเลือกวัดที่มีศักยภาพมาดำเนินการจัดกิจกรรมงานวัด ส่งเสริมและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมให้มีศักยภาพ สู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างมูลค่าจากทุนทางวัฒนธรรม โดยบูรณาการร่วมกับกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ดำเนินงานร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด และเครือข่ายทางวัฒนธรรมในพื้นที่  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพ เสริมสร้าง ความเข้มแข็งของบุคลากร องค์กรภาคี และแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู สืบสาน ปกป้องคุ้มครอง จารีตประเพณี ภูมิปัญญา และศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนเสริมสร้างค่านิยมที่เหมาะสมในสังคม

        วัดแก้วไพฑูรย์ หรือวัดบางประทุนใน ถือเป็นวัดเก่าแก่อีกวัดหนึ่งในย่านคลองบางประทุน บางขุนเทียน หรือในปัจจุบัน คือ แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง โดยสาเหตุที่ชาวบ้านเรียกวัดแก้วไพฑูรย์ว่า
“วัดบางประทุนใน” เนื่องมาจากวัดแก้วไพฑูรย์ตั้งอยู่  ริมคลองบางประทุน  และมีวัดอีกวัดหนึ่งตั้งอยู่บริเวณปากคลองบางประทุน เชื่อมต่อกับคลองสนามชัย ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “วัดบางประทุนนอก”  วัดแก้วไพฑูรย์ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น  มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักแพร่หลายในสมัยหลวงปู่บุญ เป็นเจ้าอาวาส ตรงกับสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ กล่าวกันว่าหลวงปู่บุญเป็นผู้ที่ทรงวิทยาคุณแก่กล้า ล่องหนหายตัวได้ ซึ่งท่านได้สร้างถาวรวัตถุที่สำคัญขึ้นไว้ในวัดนี้  คือ เจดีย์ใหญ่มีกำแพงแก้วล้อมรอบ  และศาลาการเปรียญซึ่งสร้างไว้อย่างวิจิตร ก่อสร้างด้วยวิธีเข้าไม้แบบโบราณ ฝาผนังโดยรอบเป็นฝาปะกนจำหลักไม้ทั้งหลังด้วยลวดลายแฝงความหมาย อันเป็นมงคลในกลิ่นอายวัฒนธรรมจีนผสมผสานความเชื่อของชาวสยาม โดยบริเวณล่องตีนช้างสลักภาพชุด “สุธนฺชาดก” จากปัญญา
สชาดก จนพลอากาศตรี อาวุธ  เงินชูกลิ่น อดีตอธิบดีกรมศิลปากร และศิลปินแห่งชาติ  ยกย่องให้ศาลาการเปรียญหลังนี้ เป็น “หนึ่งเดียวในสยาม”

        จากความสำคัญของวัดแก้วไพฑูรย์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม  สภาวัฒนธรรมเขตบางขุนเทียน จึงได้ร่วมกับวัดแก้วไพฑูรย์ สภาวัฒนธรรมเขตจอมทอง สภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร  ได้กำหนดจัดงานวัดย้อนยุค “วัดแก้วไพฑูรย์ เสน่ห์จอมทอง - บางขุนเทียน” ระหว่างวันที่ ๙ - ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ เวลา ๑๖.๐๐ - ๒๒.๐๐ น.  กิจกรรมภายในงานวัดประกอบด้วย การสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิประจำวัดแก้วไพฑูรย์ รูปหล่อหลวงปู่บุญ อดีตเจ้าอาวาส  พระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  ชมศาลาการเปรียญจำหลักไม้ “เรือนไม้อันวิเศษหนึ่งเดียวในสยาม” ชมการแสดงการเล่นสะบ้า และทะแยมอญ อาทิ และการสาธิตทางวัฒนธรรมวิถีชาวสวนและวิถีไทยมอญ กิจกรรมงานวัดย้อนยุค เช่น ชิงช้าสวรรค์ ม้าหมุน ตะกร้อลอดห่วง การทำอาหารข้าวเกรียบว่าวและข้าวโพดคั่ว การแสดงลิเก ดนตรีลูกทุ่ง โขน หุ่นสายบ้านยิ้ม และการออกร้านจำหน่าย สินค้าทางวัฒนธรรม สินค้าของชุมชน