ทปอ.- สจล. เผยคืบหน้า โครงงานวิจัยมุ่งพัฒนาเมืองไทยให้เป็นเมืองอัจฉริยะ

ก้าวทันยุคดิจิตอล และ Internet of things (IOT)

     

         โครงการ Smart City Start Up Development เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของสถาบันการศึกษาในที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) โดยมีแนวคิดที่จะช่วยกระตุ้น ส่งเสริม และสนับสนุนให้นักวิจัยไทยได้มีโอกาสนำเสนอผลงาน เพื่อช่วยกันพัฒนาประเทศให้กลายเป็นเมืองอัจฉริยะ และเพื่อก้าวให้ทันยุคดิจิตอลและ Internet of things (IOT) โครงการฯ ได้เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2560 (เป็นโครงการระยะเวลา 5 ปี คือปี 2560-2564) โดยมีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินงานโครงการฯ 

         ผศ.นพดล  มณีรัตน์  หัวหน้าโครงการ  Smart City Start  Up Development  จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 

 ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการฯ ว่า “เป็นโครงการฯ ที่จัดขึ้นเพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันของทีมนักวิจัยไทย โดยมีการคัดเลือกหลายรอบคัดจนเหลือ 20 ทีมสุดท้าย (โดยประมาณ เพราะ ณ วันนี้ยังอยู่ในช่วงการคัดเลือกทีมชุดสุดท้าย) ทุกทีมที่ผ่านการคัดเลือกจะได้ทำงานใกล้ชิดกับ Smart City Innovation Hubs ในภูมิภาคต่างๆ พร้อมทั้งเราจะช่วยเชื่อมโยงกับนักลงทุนทั้งในและนอกประเทศที่สนใจ หน่วยงานรัฐและเอกชนที่มีความเกี่ยวข้องกับเมืองอัจฉริยะ รวมถึงความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ  เรียกว่าสนับสนุนครบทั้งด้านนโยบาย การเงิน การตลาด และด้านเทคโนโลยี เพื่อให้ทีมนักวิจัยซึ่งจะเป็นผู้ประกอบการธุรกิจในอนาคต (สตาร์อัพ) ได้ก้าวไปสู่ตลาดนานาชาติ

          “ในส่วนที่เราเลือก บางแสน และ หาดใหญ่ เป็นเมืองต้นแบบเมืองอัจฉริยะ เพราะเป็นเมืองที่มีการเจริญเติบโต

   
    

 เรามีเครือข่ายทีมวิจัยในพื้นที่ จึงมีความพร้อมที่จะเป็นต้นแบบเมืองอัจฉริยะ  ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่สองเมืองนี้ได้รับการยกระดับ ทั้งด้านการค้า การลงทุน การบริการโดยทางภาครัฐบาล เพื่อมีคุณภาพชีวิตที่ดีมากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือเป้าหมายของโครงการฯ ที่อยากให้มีผลกระทบเชิงทางสังคม คือสังคมมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น”

คุณอภิชาต  ศิลป์ศานต์พิศุทธิ์  คือหนึ่งในผู้ที่ได้รับทุนด้านนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ได้เปิดเผยถึงรายละเอียดโครงการ ความรู้สึกที่ได้รับทุนวิจัย และการนำผลงานไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อคนไทยและประเทศชาติอย่างไร ”ปัญญาประดิษฐ์คือการคิดแทนทำแทนมนุษย์ มีการนำมาปรับใช้ให้เข้ากับคนไทย และถือเป็นการต่อยอดให้กับนักวิจัยคนอื่นๆ 

          และอีกท่านที่ได้รับทุนวิจัย คุณวริศรา  ศรีเจริญ เปิดเผยเรื่องทุนวิจัยที่ได้รับในครั้งนี้ว่า “เราเติบโตจากการแก้ปัญหาการต่อคิวในร้านอาหาร ซึ่งตอนนี้เรามีผู้ใช้แอพฯ นี้อยู่ประมาณ 1 ล้านคน ซึ่งเราก็จะแชร์จำนวนคน 10% ของแอพฯ มาใช้ในโครงการฯ เพราะการต่อคิวไม่ได้เป็นปัญหาแค่ในร้านอาหาร แต่เป็นปัญหาที่หนักหนาของทางภาครัฐ โดยเฉพาะรพ.รัฐที่มีทราฟฟิกมากๆ ซึ่งตอนนี้เราลงไปทำวิจัยที่รพ.ราชวิถี, รพ.ศรีระยอง จันทบุรี และรพ.อภัยภูเบศร ปราจีนบุรี โดยมีการใช้คิวเพื่อให้คนไข้รู้ว่าตนเองจะมีเวลารอคอยคิวเป็นเวลานานเท่าไร เพื่อจะได้นำเวลาเหล่านั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากกว่าแค่การนั่งรอ”

  

    

           โครงการนี้ฯ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐ กระทรวงวิทยาศาสตร์ เพื่อการพัฒนาภาพรวม  โดยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นักวิจัยทุกทีมจะได้รับการเทรนและการลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติงานจริง  กำหนดการส่งโครงงานภายใน 31 มีนาคมศกนี้

            wwww.hellosarapa.com                                                         e-mail: aboutinformant@gmail.com

www.hellosarapa.com

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่น่าสนใจแนะนำเพิ่มเติม  

บราเดอร์เปิดตัวจักรเย็บผ้า Hello Kitty รุ่นพิเศษ เอาใจแฟนคลับคิตตี้ พร้อมลายลิขสิทธิ์ใหม่ไม่ซ้ำใคร เทสโก้ โลตัส ผนึก พันธมิตร ระดมทุนโครงการปันรักสู่ 9 โรงเรียนแพทย์ มอบ 9 ล้านบาท พัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ ช่วยผู้ป่วยยากไร้ทั่วประเทศไทย องค์การสวนสัตว์ ร่วมเซ็นหนังสือ LOI กับ Mr.Doug Cress CEO ของ WAZA “Export Garment Fair มหกรรมช้อปให้แหลกแล้วแบกกลับบ้าน ครั้งที่ 36 สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย (TGMA)
เทศกาลเที่ยวเมืองไทย “เหนือฝัน ล้านแรงบันดาลใจ” เปิดทีเด็ด ฉลองตรุษจีน เทศกาลเที่ยวเมืองไทย “เหนือฝัน ล้านแรงบันดาลใจ” เปิดทีเด็ด ฉลองตรุษจีน เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 38 17 - 21 มกราคม ณ สวนลุมพินี กรุงเทพฯ การแสดงเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ในวโรกาสวาระครอบ ๒๕๐ ปี แห่งการกู้อิสรภาพ
คำชะโนด 2 !! วัดป่าคลองสิบเอ็ด น่าจะไปได้สวย ถ้ามีใครช่วย..เคลียร์ทาง เพื่อการสัญจรทางธรรม 15 ปี กับความสำเร็จด้านท่องเที่ยวและกีฬา งานสัมมนาส่งเสริมการเรียนรู้และแบ่งปัน “การพัฒนาอย่างยั่งยืนของธุรกิจโรงแรม สู่อนาคตที่มั่นคง” ท่องเที่ยว “เส้นทางตามรอยเท้าพ่อ”