แฟมทริปครอบครัว สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน) จัดกิจกรรม "กอด" วิถีความ เป็นไทย แต่งชุด 

  ท่องเที่ยวเมืองพิจิตร

เมืองรอง..แต่ไม่เป็นสองรองใคร
         จังหวัดพิจิตรเมืองเล็ก...แต่น่ารัก  ที่ได้ถูกจัดไว้เป็นจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรอง  แต่เมื่อได้มาท่องเที่ยวถึงถิ่นแล้วจะต้องบอกว่าไม่เป็นสองรองใครเลยทีเดียว  เนื่องจากมีประวัติศาสตร์ที่มีมายาวนานตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงอยุธยา นับเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีศักยภาพทางการท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายอย่าง ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงาม โบราณสถานที่ทรงคุณค่า งานวัฒนธรรมประเพณี รวมไปถึงอาหารการกินที่อุดมสมบูรณ์ ด้วยปัจจัยเหล่านี้ บวกกับความเรียบง่ายของคนในพื้นที่ที่หมุนไปอย่างช้า ๆ จึงเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของจังหวัดพิจิตร
         ทีมงานสื่อออนไลน์เที่ยวผ่านเลนส์ไปกับaboutinformant  มาครั้งนี้ขอพาท่านเที่ยวชมเมืองพิจิตร  เมืองเล็กแต่น่ารัก  และที่สำคัญ ไม่เป็นสองรองใครเพราะเป็นเมืองที่รวบรวมความสมบูรณ์ของ  วิถีชีวิตชุมชน  วัฒนธรรม  ประเพณี  ที่ยังคงรักษาสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น  จากอดีตจนถึงปัจจุบัน
             วัดท่าหลวง   เป็นวัดสำคัญของจังหวัดพิจิตร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันตก วัดนี้สร้างขึ้นประมาณพ.ศ. 2388 ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเพชร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สมัยเชียงแสน มีพุทธลักษณะงดงามมาก เป็นพระพุทธรูปสำคัญคู่เมืองพิจิตร ตามประวัติเล่าว่า พระพิจิตรซึ่งเป็นเจ้าเมืองอยากได้พระประธานมาประดิษฐานที่เมืองพิจิตร มีโอกาสที่ทัพกรุงศรีอยุธยาได้เดินทางผ่านเมืองพิจิตร เพื่อไปปราบ      ขบถจอมทองเมืองเชียงใหม่ พระพิจิตรจึงได้ขอร้องแม่ทัพว่าเมื่อปราบกบฏเสร็จแล้วให้หาพระพุทธรูปมาฝาก ดังนั้น เมื่อเสร็จศึกแล้วแม่ทัพนั้นจึงได้อาราธนาพระพุทธรูปหลวงพ่อเพชรแพลูกบวบลงมาทางแม่น้ำปิงโดยฝากเจ้าเมืองกำแพงเพชรไว้ ต่อมาจึงได้อาราธนาหลวงพ่อเพชรมาประดิษฐานไว้ ณ พระอุโบสถวัดนครชุมก่อน แล้วจึงย้ายมาประดิษฐานที่พระอุโบสถท่าหลวง อำเภอเมืองพิจิตร จนถึงปัจจุบัน พระอุโบสถเปิดให้เข้านมัสการหลวงพ่อเพชรได้ทุกวัน เวลา 9.00-16.00 น. การเดินทาง ตั้งอยู่ใจกลางเมืองพิจิตร บนถนนบุษบาติดกับที่ทำการไปรษณีย์พิจิตร               เจ้าแม่ทับทิมท่าฬ่อ  ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ของชาวจังหวัดพิจิตรและใกล้เคียง ที่นิยมเดินทางมาขอบุตรซึ่งภายในศาลมีองค์เจ้าแม่ทับทิม (ตุ๋ยบ่วยเต่งเนี่ยง) เป็นอางค์ประธาน โดยมีเจ้าพ่อกวนอู เจ้าพ่อปุ๊นเถ่ากง และปุ๊นเถ้าม่า ประทับอยู่ซ้ายขวา ศาลเจ้าแห่งนี้ยังใช้เป็นสถานที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้สอนหนังสือไทยและหนังสือจีน ให้แก่บุตรหลานในหมู่บ้านอีกด้วย             จากหลักฐานยังพบว่าแก้วไม้ประดับของ องค์เจ้าแม่ที่นำมาจากประเทศจีน แกะสลักเป็นลวดลายดอกไม้และสัตว์ต่าง ๆ ทั้งหลัง ตามแบบฉบับศิลปะของจีน ความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าพ่อ เจ้าแม่ แห่งศาลเจ้าแม่ทับทิมท่าฬ่อ หรือมาตั้งแต่เริ่มแรกจนถึงปัจจุบัน บรรดาศิษย์ จ้างได้รับความสุขความเจริญ ปราศจากอันตราย และในเดือนธันวาคมของทุกปี จะมีการจัดงานสักการะเจ้าแม่ทับทิม ซึ่งจะมีผู้คนจากทั่วสารทิศมาร่วมงาน ส่วนใหญ่มาแก้บนเมื่อมีบุตรตามที่ได้บนบานขอไว้กับเจ้าพ่อเจ้าแม่แห่งนี้ เปิดทุกวัน 8.00 -17.00 น
            นอกจากนี้  ข้าง ๆ ศาลเจ้า ยังมีพิพิธภัณฑ์ ชุมชนที่เป็นเรือนไม้เก่า  เคยเป็นโรงเรียนในสมัยก่อน และยังมีห้องที่เคยใช้เป็นที่ประชุมหรือประกอบกิจในพิธีต่าง ๆ ซึ่งยังคงความเก่าแก่และหลงเหลือไว้ให้เห็นความเป็นศิลปะของอาคารบ้านเรือนไม้ในสมัยก่อนให้ได้เห็นในปัจจุบัน
         วัดคลองคู้   วัดคลองคู้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2472 มีขุนสักพิจิตรและนางกิมล้วน อิทธิพงษ์ บริจาคที่ดินให้สร้างวัดและได้ร่วมกับชาวบ้านในการสร้างวัดขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนในหมู่บ้าน ซิ่นเหนือเสร็จเมื่อปี 2509 ภายในอุโบสถของวัดคลองครุ มีพระประธานองค์สีทองตั้งอยู่ใจกลางอุโบสถ บริเวณผนังของอุโบสถมีภาพวาดผนังบอกเล่าเรื่องราวของพุทธชาดก ด้วยสีสดงดงามและภายในบริเวณมีรูปปั้นแสดงถึง บาป บุญ คุณ โทษ ต่าง ๆ รวมไปถึงรูปปั้นสัตว์ และก็อตซิลล่าซึ่งเป็นกุศโลบายหนึ่งของวัดที่ต้องการดึงดูดให้เด็กๆหันมาเข้าวัดมากขึ้น จุดถ่ายรูปที่สำคัญของวัดอีกที่หนึ่งได้แก่ รูปปั้นจระเข้ใหญ่ยักษ์ที่พาดขวางคลองอยู่ในน้ำมีขนาดความยาวถึง 47 เมตร กว้าง 5.5 เมตร ความสูง 5.5 เมตร พระครูพิราชธรรมกิจ เจ้าอาวาสวัดคลองคู้และชาวบ้านคลองคู้ สร้างรูปปั้นจระเข้ขวางคลองนี้ขึ้นมา เพื่อสร้างให้เป็นตำนานที่แฝงด้วยกุศโลบายและคำสอนโดยเป็นรูปปั้นจระเข้     
          สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อพระอาจารย์มานพ โทร 086-9311748
         บึงสีไฟ   ตั้งอยู่ใจกลางเมือง จังหวัดพิจิตร เป็นบึงน้ำขนาดใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของชาวพิจิตร  มีเนื้อที่ประมาณ  5,000 ไร่ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืด  และแหล่งอาศัยของนกหลากหลายชนิด  บึงสีไฟถือว่าเป็นสัญลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดพิจิตรเลยก็ว่าได้  เนื่องจากมีบรรยากาศที่ดี  สงบ  ร่มรื่น  รายล้อมไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์  และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามแห่งหนึ่งของนักถ่ายภาพ 
         สวนเกษตรคุณลี  ตั้งอยู่ที่ หมู่ 2 ตำบลคลองคเชนทร์ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร คุณลี เป็นเกษตรกรที่มีความสนใจในทำการเกษตรผสมผสานโดยได้เปิดให้เกษตรกรและนักท่องเที่ยวที่มีความสนใจได้เข้าเยี่ยมชมสาธิตมาแล้วกว่า 10 ปี ซึ่งที่ผ่านมามีผู้สนใจเข้าชมสวนคุณลีเป็นจำนวนมากทั้งกลุ่ม หมู่คณะจากสถาบันต่าง ๆ กลุ่มเกษตรกร และกลุ่มนักท่องเที่ยว ภายในสวนคุณลี มีพันธ์พืชสวนครัวแปลก ๆ มากมาย ทั้งพันธุ์ไทยและพันธุ์ต่างประเทศที่แปลกตาหาดูได้ยาก อาทิ ชมพู่ยักษ์ไต้หวัน, มันเทศ, ฝรั่งสายพันธุ์พิจิตร 1 และ 2, ลำไยยักษ์พันธุ์จัมโบ้, มะระยักษ์ เป็นต้นฯ สวนคุณลีเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 9.00-17.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 056-613021, 081-9013760, 081-8867398
        วัดเขารูปช้าง   ตั้งอยู่ที่  ตำบลดงป่าคำ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร  ตั้งอยู่บนยอดเขาที่มีหินสีขาวซ้อนกันมองดูคล้ายช้าง  แต่เดิมเป็นเจดีย์เก่ามาก่อน  และทางวัดได้ทำการปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่  เมื่อประมาณ  20 ปี  โดยประดับกระเบื้องเคลือบสีทองทั้งองค์  มีรั้วรอบองค์เจดีย์
         ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์  จะมีงาน  สืบสานประเพณีตักบาตรพระอรหันต์ ขึ้นเขาเพ็ญเดือนสาม รำลึก คุณูปการของหลวงพ่อเตียง เนกขมโม ที่วัดเขารูปช้าง โดยพระครูวิมลธรรมประสิทธิ์ ( สมจิตร อุฎฐานโน) เจ้าอาวาสคณะสงฆ์วัดเขารูปช้างเป็นผู้จัดงาน
         ที่บริเวณลานกว้างบนยอดเขาทางวัดได้สร้างวิหารใหญ่ขึ้นหลังหนึ่ง  และมีเจดีย์เก่าอยู่องค์หนึ่งเป็นเจดีย์แบบลังกาทรงเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง  สันนิษฐานว่า  สร้างในสมัยอยุธยา  มีตัวระฆังเป็นกลีบมะเฟือง  แต่ยอดเจดีย์หักแล้ว นอกจากนี้ยังมีมณฑปแบบจัตุรมุขหลังเก่าอยู่ใกล้กับโบสถ์หลังใหม่  ภายในมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทสัมฤทธิ์  และที่ฝาผนังมีภาพเขียนเรื่องไตรภูมิพระร่วง  สำหรับท่านที่จะมาวัดเขารูปช้าง  โทรติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่  056-674-220
         วัดโพธิ์ประทับช้าง   เป็นวัดเก่าแก่สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2242-2244 สมัยสมเด็จพระสุริโยทัยธิบดี หรือพระพุทธเจ้าเสือ พระนามเดิมคือขุนหลวงสรศักดิ์ แห่งกรุงศรีอยุธยา เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานเนื่องจากเป็นสถานที่ประสูติของพระองค์ วัดนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของแม่น้ำพิจิตรเก่า หน้าวัดมีต้นตะเคียนซึ่งมีอายุกว่า 200 ปี วัดโดยรอบได้ 7 เมตร 60 เซนติเมตร หรือประมาณ 7 คนโอบ ภายในวัดมีพระวิหารสูงใหญ่ มีกำแพงล้อมรอบ 2 ชั้น เป็นศิลปะแบบอยุธยา กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็น โบราณสถานเมื่อ พ.ศ. 2478 ปัจจุบันได้รับการบูรณะซ่อมแซมเพื่ออนุรักษ์ไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษา นอกจากนี้ชาวอำเภอโพธิ์ประทับช้างได้สร้างอนุสาวรีย์พระพุทธเจ้าเสือไว้เพื่อเป็นที่ระลึกข้างที่ว่าการอำเภอโพธิ์ประทับช้างอีกด้วย
          การเดินทาง วัดนี้อยู่ห่างจากตัวเมือง 27 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 1068 สายพิจิต-วังจิก ตรงกิโลเมตรที่ 12-13 เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1300 ตรงไปสุดทางเลี้ยว วัดโพธิ์ประทับช้างอยู่ขวามือ
          วัดศรีศรัทธาราม   ตําบลศรีสัทธาราม  อำเภอสามง่าม  เป็นโบสถ์หลังใหญ่ที่สร้างเด่นอยู่กลางวัด   มีการทาสีขาวทั้งหลัง  บริเวณทางขึ้นหน้าโบสถ์จะมีรูปปั้นจระเข้ขนาดใหญ่นอนขนาบข้างบันได  2  ตัว  ส่วนบริเวณราวบันไดทั้งสองข้างจะมีรูปปั้นจระเข้กำลังกลืนกินนรี นอนอยู่อีก  4  ตัว
           นอกจากนี้  ที่ราวบันไดทางขึ้นเข้าไปภายในโบสถ์  จะมีจระเข้กำลังกลืนกินนรีอยู่อีก  6  ตัว โดยที่ราวบันไดทางเข้าโบสถ์  จะมีรูปปั้นจระเข้ นอนอ้าปากอยู่ 2 ตัว  หางจระเข้จะชี้ฟ้าขึ้นไปบนเสาหลังคาโบสถ์  ส่วนที่บริเวณด้านหลังโบสถ์จะมีรูปปั้นจระเข้ นอนอ้าปากชี้ฟ้าอีกจำนวนหนึ่ง   เมื่อนับรวมจระเข้ทั้งหมดจะพบว่ามีจำนวนถึง  22  ตัว  ซึ่งรูปปั้นจระเข้ นอกจากจะดูแปลกตาแล้วยังมีความสวยงามเป็นธรรมชาติอีกด้วย
        และแหล่งท่องเที่ยวอีกหนึ่งแห่ง  ที่เราไม่ควรพลาด  โดยเฉพาะทางการท่องเที่ยวที่มุ่งเน้นให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงเกษตรเพื่อกระจายรายได้เข้าสู่ชุมชนได้อย่างดี  ที่นี่คือ  “ศูนย์เรียนรู้เกษตรบ้านหนองจิกสี”
         ศูนย์เรียนรู้เกษตรบ้านหนองจิกสี   เป็นชุมชนการเรียนรู้วิถีเกษตรปลอดภัย  พิจิตรเมืองแห่งความอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากมีแม่น้ำหลายสายพาดผ่าน  จังหวัดพิจิตรจึงเป็นเมืองแห่งการเกษตรที่โอบล้อมไปด้วยการเพาะปลูกพืชผลต่าง ๆ ที่หลากหลาย  ทั้งผลไม้ตามฤดูกาลที่มีคุณภาพดีที่ส่งออกต่างประเทศ   สวนเกษตรปลอดสารพิษ ที่เกิดจากชาวชุมชนรวมตัวกันเพาะปลูก พืชผักผลไม้แบบผสมผสาน ทำให้มีรายได้เสริมเข้ามาอย่างต่อเนื่องเกษตรกรรมจึงเป็นหัวใจหลักหนึ่งของเมืองพิจิตร           ศูนย์เกษตรพอเพียงหนองจิกสี   อำเภอบึงนาราง  ศูนย์เกษตรพอเพียงหนองจิกสี ถือเป็นศูนย์การเรียนรู้การเกษตรที่ปลอดสารพิษตัวอย่าง      เนื่องจากมีศักยภาพที่ดีของผู้นำในชุมชน  รวมถึงความเข้มแข็งของคนในพื้นที่ โดยมีฐานการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงต่าง ๆ เพื่อให้คนในชุมชนและกลุ่มนักท่องเที่ยวภายนอกได้ศึกษา อาทิ  ฐานการปลูกพืชเศรษฐกิจพอเพียง ฐานเรียนรู้การเลี้ยงกบ  ฐานการปลูกเมล่อน ฐานการปลูกพืชสมุนไพร  และฐานเรียนรู้ไก่พื้นเมือง เป็นต้นฯ   
         ซึ่งผลผลิตเหล่านี้  จัดจำหน่ายแก่ชาวบ้านละแวกใกล้เคียง  และกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมชมในพื้นที่ สร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชนได้เป็นอย่างดี  สนใจเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ติดต่อ คุณสุรินทร์ โทร 089-8606102
 
           ขอขอบคุณ
           การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
           คุณวิสูตร   บัวชุม                  ผอ.ททท.สำนักงาน นครสวรรค์-พิจิตร
           คุณชาติชาย  เจียมศรีพงษ์      นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร
           คุณทวีศักดิ์  ชัยเรืองยศ         เจ้าของสวนเกษตร “คุณลี”         

www.hellosarapa.com 

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่น่าสนใจแนะนำเพิ่มเติม  

บราเดอร์เปิดตัวจักรเย็บผ้า Hello Kitty รุ่นพิเศษ เอาใจแฟนคลับคิตตี้ พร้อมลายลิขสิทธิ์ใหม่ไม่ซ้ำใคร เทสโก้ โลตัส ผนึก พันธมิตร ระดมทุนโครงการปันรักสู่ 9 โรงเรียนแพทย์ มอบ 9 ล้านบาท พัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ ช่วยผู้ป่วยยากไร้ทั่วประเทศไทย องค์การสวนสัตว์ ร่วมเซ็นหนังสือ LOI กับ Mr.Doug Cress CEO ของ WAZA “Export Garment Fair มหกรรมช้อปให้แหลกแล้วแบกกลับบ้าน ครั้งที่ 36 สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย (TGMA)
เทศกาลเที่ยวเมืองไทย “เหนือฝัน ล้านแรงบันดาลใจ” เปิดทีเด็ด ฉลองตรุษจีน เทศกาลเที่ยวเมืองไทย “เหนือฝัน ล้านแรงบันดาลใจ” เปิดทีเด็ด ฉลองตรุษจีน เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 38 17 - 21 มกราคม ณ สวนลุมพินี กรุงเทพฯ การแสดงเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ในวโรกาสวาระครอบ ๒๕๐ ปี แห่งการกู้อิสรภาพ
คำชะโนด 2 !! วัดป่าคลองสิบเอ็ด น่าจะไปได้สวย ถ้ามีใครช่วย..เคลียร์ทาง เพื่อการสัญจรทางธรรม 15 ปี กับความสำเร็จด้านท่องเที่ยวและกีฬา งานสัมมนาส่งเสริมการเรียนรู้และแบ่งปัน “การพัฒนาอย่างยั่งยืนของธุรกิจโรงแรม สู่อนาคตที่มั่นคง” ท่องเที่ยว “เส้นทางตามรอยเท้าพ่อ”

เฮ็ด..WORK UBON

ร้านกาแฟแห่งใหม่..อุบลราชธานี

เที่ยวเมือง ...ประจวบคีรีขันธ์

   

     ข้าพเจ้าและเพื่อนมีโอกาสได้ไปเที่ยว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ซึ่งถือว่าเป็นอีกเมืองหนึ่งที่ใคร ๆ ก็ใฝ่ฝัน  ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต  ซึ่งมีความโรแมนติคในด้านทัศนียภาพทางทะเล  และเป็นตำนานแห่งความรักของคู่บ่าวสาวจากอดีตมาถึงยุคปัจจุบันก็ว่าได้  ซึ่งปัจจุบัน  นอกจากจะเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติป่าเขา  ชมท้องทะเลที่ขาวใสรวมถึงแหล่งท่องเที่ยวที่วิวัฒนาการสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ให้นักท่องเที่ยวได้บันทึกภาพถ่ายและสัมผัสความสนุกด้วยแหล่งบันเทิงแนวสวนสนุกหรือสวนน้ำแล้ว  ปัจจุบันมีแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ของทหารที่เปิดบริการรองรับนักท่องเที่ยวได้ชมความงามของชายหาดท้องทะเลบน “อ่าวมะนาว”  รวมถึงได้ทัศนะศึกษาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของวีรชนทหารผู้กล้าที่รักษาผืนแผ่นดินไทยตามแนวชายฝั่งทะเลไว้ให้ลูกหลานจนถึงทุกวันนี้

         

        

                จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ประจวบคีรีขันธ์เคยเป็นที่ตั้งของเมืองนารังสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๒ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้ตั้งเมืองใหม่ขึ้นที่ปากคลองอีรม ชื่อว่า เมืองบางนางรม และสมัยรัชกาลที่ ๔ ได้รวบรวมเมืองบางนางรม เมืองกุย และเมืองคลองวาฬเป็นเมือง “ประจวบคีรีขันธ์” ซึ่งหมายถึงเมืองที่มีภูเขาเป็นหมู่ ๆ  มีที่ว่าการอยู่ ณ เมืองกุยบุรี จน พ.ศ. ๒๔๑๔       จึงย้ายมาอยู่ที่อ่าวเกาะหลัก หรืออ่าวประจวบ ฯ ซึ่งเป็นที่ตั้งตัวเมืองในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีชายฝั่งทะเลยาวตลอดแนว จึงมีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลมากมายหลายแห่ง และที่ขึ้นชื่อคือ ชายหาดหัวหิน ซึ่งเป็นสถานที่ตากอากาศเก่าแก่ตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ 

                จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  มีพื้นที่ประมาณ ๖,๓๖๗ ตารางกิโลเมตร มีส่วนที่แคบที่สุดอยู่ที่ด่านสิงขร ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมือง มีความกว้าง ๑๐.๖ กิโลเมตร มีชายทะเลยาวถึง ๒๑๒ กิโลเมตร 

                ทางทีมงานได้มีโอกาสร่วมงาน  “สดุดีวีรชนผู้กล้า”  ที่จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงวีรชนทหารไทยที่ได้สละชีพเพื่อชาติในการรักษาดินแดนไทยตามแนวชายฝั่งทะเลให้คงอยู่ไว้ตราบจนถึงปัจจุบัน  และได้มีโอกาสพูดคุยกับ  คุณอรสา  อาวุธคม  ผู้อำนวยการการททท.สำนักงานประจวบคีรีขันธ์   ถึงเรื่องราวและการจัดงานว่า  “สำหรับงาน  สดุดีวีรชน  8  ธันวาคม  2484  เป็นงานที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ ยินดีให้การสนับสนุน มาโดยตลอด   เพราะถือว่า เป็นงานและกิจกรรม ที่ดี  นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย โดยเฉพาะเยาวชนไทย ได้เข้ามาร่วมงานนี้  เพื่อร่วมรำลึกถึง บุญคุณของวีรชน ที่ยอมเสียสละชีวิต มีความกล้าหาญและมีความสามัคคี ปกป้องผืนแผ่นดินนี้ ให้พวกเราลูกหลานไทย ได้มีแผ่นดินอาศัยอยู่จนทุกวันนี้  นอกจากจะถือว่าเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริม การท่องเที่ยว แล้วสิ่งที่เห็น จะเป็นการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ นักท่องเที่ยวที่เข้ามาร่วมงาน ก็จะได้เห็นถึงเรื่อง ของกิจกรรมทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาด” 
                นอกจากนี้แล้วภายในสถานที่จัดงาน  “สดุดีวีรชน  8 ธันวาคม  2484”  บริเวณชายหาด อ่าวมะนาว  ถือว่าเป็น แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง  ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่อยู่ในค่ายทหาร   อีกที่หนึ่งคือ  ที่กองบิน  5  ค่ายธนะรัชต์ อยู่ที่อำเภอปราณบุรี ที่มีความสวยงามทางธรรมชาติไม่แพ้กัน

   

   

  

  

และที่พลาดไม่ได้คือ  อุทยานราชภักดิ์    ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น "อุทยานที่สร้างด้วยความจงรัก ภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์" ชาวไทยทุกคน ไม่ควรพลาด เมื่อมีโอกาสสักครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้เดินทางมาท่องเที่ยวที่อุทยานราชภักดิ์  แห่งนี้ และตั้งแต่วันที่  1  ธันวาคม 2560 เป็นต้นไป   จะเปิดทำการ ให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ตั้งแต่  เวลา 08. 00 - 18.00 น. ทุกวัน ไม่มีวันหยุด ทางอุทยานราชภักดิ์ ได้จัด เตรียมพวงมาลัยดอกไม้ไว้ให้สักการบูชา สมเด็จพระบูรพกษัตริย์ทั้ง  7 พระองค์   เพื่อเป็นศิริมงคล กับชีวิต

 

 

  

       

           แวะเที่ยวด่านสิงขร  สำหรับ ด่านสิงขร  ถือว่าเป็นอีกแหล่งท่องเที่ยว ที่เดินทางมาที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แล้ว  มักจะแวะไปเยี่ยมเยือนด่านสิงขรแห่งนี้   เพราะถือว่าเป็นภาพวิถีชีวิต ของแม่ค้า พ่อขายของที่นี่   บริเวณ ชายแดนด่านสิงขรแม้ค้าจะนำเข้าของจากฝั่งทางประเทศเมียนมาเข้ามาขายที่ฝั่งไทยปัจจุบันถือว่า  เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วไป   จึงอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาได้เลือก สินค้าที่จัดวางเป็นเหมือนห้างสรรพสินค้าก็ว่าได้   สำหรับนักท่องเที่ยว ที่สนใจเกี่ยวกับเรื่อง หินสีต่าง ๆ  ผลิตภัณฑ์ไม้   ไม้แกะสลักหรือ ของที่ระลึก  สามารถที่จะ เดินเยี่ยมชมจับจ่ายที่ด่านสิงขรนี้ได้ตามสบาย         

              วัดอ่าวน้อย  (ถ้ำพระนอน)      อยู่เชิงเขาบริเวณอ่าวน้อย  ตำบลอ่าวน้อย   ภายในมีถ้ำพระนอน ซึ่งอยู่บนภูเขาด้านติดทะเลอ่าวน้อย   โดยต้องเดินขึ้นไปตามบันได ระหว่างทางสามารถชมทิวทัศน์ท้องทะเลได้ ภายในถ้ำประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ ๒ องค์  ใกล้ ๆ กัน  มีอุโบสถ ไม้สักที่สวยงามมาก  ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปหยกขาวจากเมียนมาร์  เชื่อว่าเมื่อขอพรจากองค์พระหยกขาวที่เราเห็นว่าองค์นั้นยิ้ม  ก็จะได้สมดังปรารถนาตามพรที่เราขอไว้  นอกจากนี้   ยังมีภาพวาดเกี่ยวกับพุทธศาสนาที่ฝาผนัง  และรูปปั้นพญานาคล้อมรอบอุโบสถ 

               ศาลเจ้าพ่อเขาล้อมหมวก   อยู่เชิงเขาล้อมหมวก เขตกองบิน  ๕  ตามตำนานเล่าว่า เจ้าพ่อเขา   ล้อมหมวกเป็นชาวจีนแผ่นดินใหญ่   เดินทางโดยเรือสำเภามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารของพระมหากษัตริย์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา    และได้สร้างคุณงามความดีให้แก่แผ่นดินและประชาชน   จึงเป็นที่เคารพนับถือของคนทั่วไปตราบสิ้นอายุขัย   ชาวบ้านจึงไ ด้สร้างศาลขึ้นเพื่อเป็นการแสดงความเคารพระลึกถึงท่าน    

                ด้านบนจะมีรอยพระพุทธบาท กองบิน ๕  อยู่บนยอดเขาล้อมหมวก  ได้ถูกพบโดยบังเอิญเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๒  ขณะอัญเชิญพระพุทธรูปขึ้นไปประดิษฐานบนยอดเขา และได้ใช้ก้อนหินในบริเวณนั้นรองเป็นฐานพระพุทธรูป เมื่อนำก้อนหินมาเรียงกันปรากฏเป็นรอยพระพุทธบาท ซึ่งกรมศิลปากรตรวจสอบพบว่า  เป็นรอยพระพุทธบาทเบื้องซ้าย สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๔  ต่อมาเมื่อ พ.ศ.๒๕๔๑ ได้มีการสร้างมณฑปครอบรอยพระพุทธบาท พร้อมอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระพุทธรูปประดิษฐานไว้ด้วย    ผู้ที่จะขึ้นไปสักการะรอยพระพุทธบาท      ต้องมีสภาพร่างกายที่แข็งแรง  พร้อมเครื่องแต่งกายที่เหมาะสม สวมรองเท้าและถุงมือหนา   เพราะระยะทางครึ่งหลังต้องไต่เชือกเดินขึ้นไปตามแง่หินขรุขระ นอกจากจะได้สักการะรอยพระพุทธบาทแล้ว ยังสามารถชมทัศนียภาพสวยงามของเวิ้งอ่าวมะนาว เกาะน้อยใหญ่ และสีสันของน้ำทะเลจดขอบฟ้า  

    

         
   

         บ้านศิลปิน  ตั้งอยู่ที่ตำบลหินเหล็กไฟ  เป็นเรือนไม้ร่มรื่นด้วยไม้ใหญ่น้อยปกคลุมอยู่รายรอบ  ทำให้การเดินเยี่ยมชมงานศิลปะภายในดูได้อย่างเพลิดเพลินสบายตาสบายใจ  พื้นที่โดยรอบประมาณ  11 ไร่  เป็นแหล่งรวมศิลปินหลากหลายสไตล์  หลายแขนง  ทั้งงานปั้น  งานวาด  ที่มีศิลปินมืออาชีพและสมัครเล่นผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาแสดงผลงานในที่แห่งนี้  อีกทั้งยังเป็นแกลลอรี่ที่มีผลงานมานำเสนอให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมได้อย่างสบายอารมณ์

          บริเวณด้านหน้า  ยังจัดให้มีมุมกาแฟไว้ให้นั่งพักผ่อนพูด

คุย  กับเจ้าของสถานที่ผู้ดูแลจัดการ  “บ้านศิลปิน” แห่งนี้  ตั้งแต่ยังไม่มีใครรู้จัก   จนปัจจุบันเป็นที่ยอมรับแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเป็นอย่างดี  คุณทวี  เกศางาม  ผู้อำนวยการ  และคุณวรรณวิมล  เกศางาม                     

              สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  โทรติดต่อสอบถามข้อมูลการท่องเที่ยวก่อนได้ที่  ททท.สำนักงาน ประจวบคีรีขันธ์  หมายเลข  032 -513- 885 เปิดทำการทุกวัน

ขอขอบคุณ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

คุณอรสา                 อาวุธคม   ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบคีรีขันธ์

 

www.hellosarapa.com

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่น่าสนใจแนะนำเพิ่มเติม  

บราเดอร์เปิดตัวจักรเย็บผ้า Hello Kitty รุ่นพิเศษ เอาใจแฟนคลับคิตตี้ พร้อมลายลิขสิทธิ์ใหม่ไม่ซ้ำใคร เทสโก้ โลตัส ผนึก พันธมิตร ระดมทุนโครงการปันรักสู่ 9 โรงเรียนแพทย์ มอบ 9 ล้านบาท พัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ ช่วยผู้ป่วยยากไร้ทั่วประเทศไทย องค์การสวนสัตว์ ร่วมเซ็นหนังสือ LOI กับ Mr.Doug Cress CEO ของ WAZA “Export Garment Fair มหกรรมช้อปให้แหลกแล้วแบกกลับบ้าน ครั้งที่ 36 สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย (TGMA)
เทสโก้ โลตัส เตรียมความพร้อมเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนสำหรับมาตรการช็อปช่วยชาติ ไทยเวียตเจ็ทรับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศใหม่อย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศเปิดเส้นทางบินใหม่เชื่อมกรุงเทพฯ สู่ ดาลัด เริ่มแล้ว “เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์โป ’60” คึกคักรับช้อปช่วยชาติ เทสโก้ โลตัส จับมือคู่ค้า เกษตรกร และผู้ประกอบการรายย่อย กระตุ้นกำลังซื้อสิ้นปี ชวนเปิดประสบการณ์ใหม่กับงาน “TERMINAL 21 ANIMAL PLANET
คำชะโนด 2 !! วัดป่าคลองสิบเอ็ด น่าจะไปได้สวย ถ้ามีใครช่วย..เคลียร์ทาง เพื่อการสัญจรทางธรรม 15 ปี กับความสำเร็จด้านท่องเที่ยวและกีฬา งานสัมมนาส่งเสริมการเรียนรู้และแบ่งปัน “การพัฒนาอย่างยั่งยืนของธุรกิจโรงแรม สู่อนาคตที่มั่นคง” ท่องเที่ยว “เส้นทางตามรอยเท้าพ่อ”