มืองกาญจน์ก่องานดี  กับโครงการ  “สร้างศิลป์เมืองกาญจน์  สร้างสรรค์ชุมชน” โดยเครือข่ายก่อกาญจน์ดีร่วมกับสำนักศิลป

ะและวัฒนธรรม ม.ราชภัฏกาญจน์ฯ

มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี   เป็นหน่วยงาน ร่วมสนับสนุนและจัดกิจกรรม "บันทึกภาพภูมิเมือง เล่าเรื่องเมืองกาญจน์"   

กล่าวว่า  “การจัดงานในครั้งนี้โดยมีเป้าหมาย คือ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้น้อง ๆ เยาวชนและประชาชนในชุมชนในการ

บันทึกภาพท้องถิ่นกาญจนบุรี  ร่วมสร้างความรักความผูกพันในท้องถิ่นของตน  ผ่านเยาวชนและคนถ่ายภาพ ซึ่งจะนำไป

สู่การสร้างภูมิบ้าน ภูมิเมือง ผ่านภาพถ่ายและศิลปะแขนงต่างๆ การจัดงานครั้งนี้ร่วมกับกลุ่ม  " ก่อกาญจน์ดี" เพื่อสร้าง

กิจกรรมสร้างสรรค์สังคมกาญจนบุรี โครงการ  “สร้างศิลป์เมืองกาญจน์  สร้างสรรค์ชุมชน”  จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมเยาวชนและชุมชนชาวเมืองกาญจน์ร่วมสร้างงานศิลป์และถ่ายทอดเรื่องราววิถีชุมชนผ่านเลนส์เพื่อนำออกสู่สายตานักท่องเที่ยว  เรียนรู้เทคนิคการถ่ายภาพโดยอาจารย์ชั้นครู จัดโดยเครือข่ายก่อกาญจน์ดี ร่วมกับ สำนักศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรีและหอสมุดแห่งชาติรัช

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ฟ้อน เปรมพันธุ์ ผอ. สำนักศิลปะและวัฒนธรรมภายในงานที่จัดขึ้นในครั้งนี้  ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจาก

ผู้เข้าร่วมฟังนับ  ๑๐๐ คน  การเสวนาเรื่องเทคนิคการถ่ายภาพอาจารย์ที่ให้เกียรติมาร่วมงานได้แก่  อาจารย์สงคราม  โพธิ์วิไล ,

อาจารย์ธีรภาพ โลหิตกุล ,  อาจารย์ประพฤติ   มลิผล (ครูเล็ก บ้านใต้) คนจังหวัดกาญจนบุรีโดยกำเนิด กับ "ภาพเก่าเล่าเรื่อง

เมืองกาญจน์" , อาจารย์กิติมาภรณ์  จิตราทร สารคดีทีวี วิทยุ ,  อาจารย์สุชาติ ชูลี นักเขียน ช่างภาพอิสระ , 

อาจารย์พศวัฒน์  สิริศิลปสรณ์ ช่างภาพอิสระ/ วิทยากร  พร้อมด้วยศิลปินแห่งชาติ  สาขาวรรณศิลป์ อาจารย์เนาวรัตน์  พงษ์ไพบูลย์

ครูเล็กบ้านใต้  หรืออาจารย์ประพฤติ   มลิผล  เป็นคนจังหวัดกาญจนบุรีโดยกำเนิด เจ้าของเพจ   "ภาพเก่าเล่าเรื่องเมืองกาญจน์"ทำหน้าที่เป็นครูประสานช่วยดูแลเรื่องสถานที่จัดแสดง และนำภาพเก่าเมืองการมาจัดแสดง  กล่าวว่า  “ เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏกาจนบุรี มาช่วยอาจารย์ฟ้อนเกี่ยวกับเรื่องศิลปวัฒนธรรม โดยบังเอิญผมเป็นสะสมภาพเก่าโดยตั้งชื่อว่าภาพเก่าเล่าเรื่องต่างๆ เก็บภาพเก่าๆของเมืองกาญจน์ฯไว้ได้เยอะ ถ้าสนใจเข้าไปดูได้เลยใน Facebook   กิจกรรมงานนี้ก็คือมหาวิทยาลัยได้จัดการอบรมเรื่องการถ่ายภาพเมืองกาญจน์ฯในปัจจุบันนี้ก็จะมาสอดคล้องกับภาพเก่า เมื่ออดีตเป็นแบบนี้ ถ้าในปัจจุบันและอนาคตจะเป็นอย่างไร ก็เลยนำภาพเหล่านี้ไปจัดทำทั้งหมด

อาจารย์สงคราม โพธิ์วิไล  อีกท่านหนึ่งที่เกิดในจังหวัดกาญจนบุรี  เกิดสมัยสงครามโลก เลยชื่อว่าครูสงคราม  ผู้คร่ำหวอดในวงการถ่ายภาพมาช้านาน  ตั้งแต่กล้องฟิล์มจนเป็นกล้องดิจิตอลในปัจจุบัน  นอกจากจะเป็นอาจารย์สอนด้านการถ่ายภาพให้แก่สถาบันต่าง ๆ มานักต่อนัก  รวมถึงเป็นผู้จัดฝึกอบรมให้แก่บริษัทเอกชนธุรกิจกล้องและฟิล์ม  และเป็นวิทยากรการถ่ายภาพอาจารย์สงคราม โพธิ์วิไล ได้ทำงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำการถ่ายภาพมาอย่างยาวนาน  ได้กล่าวถึงการมาร่วมเสวนาโครงการ  “สร้างศิลป์เมืองกาญจน์  สร้างสรรค์ชุมชน”  ว่า  “เป็นสิ่งที่ปรารถนาอย่างยิ่งที่จะเห็นเมืองกาญจน์ฯของเรานั้นมีภาพเก่าที่ไว้เล่าเรื่องได้  ภาพมันเป็นชีวิต ผมจึงตั้ง  moment  ของผมว่า “กล้อง” คือ เครื่องมือที่หยุดกาลเวลาได้ “ภาพถ่าย”คือ อัญมณีแห่งชีวิต จะมีกล้องถูกหรือแพงไม่สำคัญหรือจะใช้กล้องอื่นๆก็ได้  คุณจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายไม่เกี่ยง คุณอายุมากจะอายุน้อยเสมอกัน คุณจะเป็นคนรวยหรือคนจนก็เท่าเทียมกัน เมื่อคุณมีกล้องหนึ่งตัวอยู่ในมือแล้วคุณกด Shutter นั้นไว้ มันจะหยุดกาลเวลานั้นไปได้  และภาพที่ถ่ายนั้นไว้คุณนำไปอัดแล้วเก็บไว้เขียนอธิบายไว้ให้ลูกหลานคุณได้ชม ในอีกสิบปียี่สิบปี ห้าสิบปีข้างหน้า   เอาออกมาเปิดดูความแตกต่างของภาพในที่เดิมแต่ต่างกันที่เวลาในปัจจุบันที่มีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร   ทุกอย่างที่ถ่ายภาพไปแล้ว  มันจะเปลี่ยนแปลงไปถ้าไม่มีคนเก็บรักษา ถ้ามีอะไรสร้างใหม่ผมจะถ่ายไว้ และจะกลับมาถ่ายอีก  นี่คือปณิธานที่ผมตั้งไว้”

อาจารย์ธีรภาพ โลหิตกุล  ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์  ๒๕๕๙ (สารคดี)  เป็นคนกรุงเทพฯ  นำเสนอเรื่อง การสร้างแรงบันดาลใจในการถ่ายภาพเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการอนุรักษ์พื้นบ้านพื้นถิ่นจากหนังสือรอยทาง เจริญธรรม ได้กล่าวถึงปากแพรก อำเภอเมือง กาญจนบุรี  โดยพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ทรงบอกความเป็นมาของการสร้างเมืองกาญจนบุรีใหม่ที่ย่านปากแพรกแห่งนี้ชัดเจน คือ เพื่อค้าขายง่ายสนุกกับเมืองราชบุรี ปากแพรกถนนสายเล็ก ๆ ตั้งแต่ประตูหน้าเมือง จรวดถึงวัดเทวสังฆาราม ความเป็นจริงถนนสายนี้ เชื่อมตั้งแต่วัดเหนือถึงวัดใต้ มีเรื่องราวบันทึกจดจำอันยาวนาน “แต่มีเมืองปากแพร่เป็นเมืองที่ค้าขาย ด้วยเขาชนไก่เมืองเดิมอยู่เหนือมาก มีแก่งถึงสองแก่งลูกค้าไปมาลำบาก จึงลงมาตั้งเวลาเสียที่ปากแพรกนี้เป็นทางไปมาแก่เมืองราชบุรีง่าย เมืองที่สร้างขึ้นใหม่ กว้าง ๕ เส้น ยาว ๑๘ วา มีป้อมสี่มุมเมือง ป้อมย่านกลางด้านยาวตรงหน้าเมืองทิศตะวันตกเฉียงใต้มีป้อมใหญ่อยู่ตรงเนิน ด้านหลังมีป้อมเล็กตรงกับป้อมใหญ่ ๑ ป้อม”ปากแพรกมีประตูเมืองที่จารึก “ประตูเมืองกาญจนบุรีสร้างขึ้นเมื่อ พ. ศ. ๒๓๗๔” ครั้งแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 3 ให้จดจำความเป็นเมืองกาญจนบุรี

 

๓ ตุลาคม ๒๔๕๖ ตรงกับวันศุกร์ขึ้น ๔ ค่ำเดือน ๑๑ ปีฉลู อันเป็นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๖บุตรชายที่เกิดแต่นายน้อย คชวัตร กับนางกิมน้อย คชวัตร  ณ  บ้านเรือนไม้ที่ตั้งอยู่บนถนนสายปากแพรก ตำบลบ้านเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ได้เจริญเติบโตงอกงามไพบูลย์ในทางธรรม นาม   “เจริญ คชวัตร” ได้ก้าวสู่เส้นทางสายพุทธบุตรสืบสานพระพุทธศาสนาจนในที่สุด   จารึกให้พุทธศาสนิกชนได้ประทับเป็นประทีปท่ามกลางใจในฐานะองค์พระประมุขแห่งสังฆมณฑล เป็นสังฆบิดร   พระนาม สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่  ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์   ที่ทรงดำรงตำแหน่งหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชยาวนานที่สุดถึง ๒๔ ปี โครงการ  “    สร้างศิลป์เมืองกาญจน์  สร้างสรรค์ชุมชน”  จะเดินหน้าจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมและเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนในชุมชนใน

การบันทึกภาพท้องถิ่นกาญจนบุรี  และร่วมสร้างความรักความผูกพันในท้องถิ่นของตน  ผ่านเยาวชนและคนถ่ายภาพนำไปสู่ศิลปะแขนงต่างๆ พร้อมจัดทำเป็นรูปเล่มในชื่อว่า  “เรื่องเล่าจากปากแพรก”  ที่จะนำเสนอให้ได้เห็นในเร็ว ๆ นี้

www.hellosarapa.com

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่น่าสนใจแนะนำเพิ่มเติม  

กรมการท่องเที่ยวใส่ใจมาตรฐานท่องเที่ยวโดยชุมชน

รมว.สธ.เปิดอาคาร 76 ปีศรีธัญญา และศูนย์จิตธรรม  เชิญชวนเที่ยวงาน เทศกาล "เพลินอดีต ติดเสน่ห์วันวาน เที่ยวตลาดโบราณบางพลี"  
กรมการท่องเที่ยว จัดงานปฐมนิเทศ 33 ทีม ผู้แข่งขันการประกวดภาพยนตร์สั้นที่ผ่านการคัดเลือกจากทั่วโลก ในเทศกาล TIFDF2017 กปน. ประกาศผลโครงการประกวดภาพถ่าย "สุนทรียะแห่งน้ำ : The aesthetic of water" ปิโตรนาส เปิดตัว “ปิโตรนาส ซินเธี่ยม ดีเซล เทคโนโลยี คูลเทค” 
 เอสซีจี เปิดตัว “Open Innovation Center” รับความร่วมมือ R&D ต่อยอดธุรกิจ  มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดพิธีส่งมอบดอกไม้จันทน์ (ดอกดารารัตน์) ในโครงการ “รวมใจประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ถวายพ่อของแผ่นดิน” เพื่อถวายในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช